Do&Don’t สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ ในการทำ SEO

Do&don't สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ Seo

กล่าวสวัสดีทักทายผู้อ่านและผู้แวะเวียนมาเยี่ยมชมเว็บไซต์และเนื้อหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ และ SEO กับทาง Makewebforyou.com นะครับทุกคน

ในหัวข้อคอนเท้นต์ในบทความนี้ จะมากล่าวถึง สิ่งที่ควรทำ และ ไม่ควรทำ ในการทำ SEO นะครับ ในกระบวนการของอัลกอลิทึม ของ Google นั้นก็จะมี Robot แวะเวียนเข้ามาตรวจสอบเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเรา และนำไปจัดอันดับเนื้อหาให้กับเราบน Google นะครับ

เอาหล่ะทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่า Google เนี่ย เขาจะให้คะแนนกับสิ่งที่เราทำ หรือ จะหักคะแนนจากสิ่งที่เราทำ เรามา Check List กันเลยดีกว่าครับ

Do สิ่งที่ควรทำ SEO

  • Keyword in URL : ตัวอย่าง https://makewebforyou.com/what-is-keyword-seo/ มีคีย์เวิร์ด keyword seo อยู่ใน URL
  • Hyphens in URL : การใส่ ( – ) ระหว่างคำในการสร้าง URL นั้นค่อนข้างสำคัญ เพราะจะเป็นการแยกคำแยกคีย์เวิร์ดที่ชัดเจน
  • Headline : ในการจัดหน้าควรมี H1 เพียงแถวเดียวเพียงเท่านั้น มันคือพาดหัวหลัก ไม่ควรมีพาดหัว 2 แถวขึ้นไป หากจะมี H1 เพิ่มอีก ควรเขียนเนื้อหาในหน้าใหม่ หรือ ขึ้นเนื้อหาใหม่
  • Keyword in Title : Title เปรียบเสมือนประโยคพาดหัว มันคือ H1 ดังนั้นเนื้อหาคอนเท้นต์ของคุณคืออะไร ควรใส่คีย์เวิร์ดในส่วนนี้ด้วย ถ้าให้ดีควรเป็นประโยคแรกสุด ถ้าเป็นไปได้
  • Keyowrd in Anchor Text : ควรจะฝังลิงก์ใน Keyword หลักของเราบ้าง อย่างเช่น ทำเว็บไซต์ ควรทำทั้งบนเว็บไซต์ของเรา และ เว็บไซต์ภายนอก แต่ก็ไม่ควรจะมีคีย์เวิร์ดเดียวทั้งหมด มีคีย์เวิร์ดอื่นๆที่เกี่ยวข้องปะปนบ้าง
  • Keyword Density : คีย์เวิร์ดบนเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรา ควรมีคีย์เวิร์ดกระจายตามที่ต่างๆด้วย โดยเฉพาะ Headline และ Paragraph พยายามอย่าเกิน 10% ของเนื้อหา
  • Keyword in Headline : อันนี้ค่อนข้างสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากบอทจะอ่านชื่อ URL แล้วตามด้วย Headling ต่างๆ ว่าหัวข้อสำคัญนั้นมีคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง จะได้จัดอันดับเนื้อหาให้ถูกต้องและเหมาะสม
  • Keyword in Paragraph : อันนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ ถึงแม้เนื้อหาอาจจะเขียนในสิ่งที่เราอยากจะเล่า แต่ก็ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่บน Paragraph แรกเสมอ
  • Keyword in Description : ปัจจุบัน Google จะไม่ค่อยสนในเนื้อหาบน Description แล้วก็ตาม แต่ยังไงก็ควรจะมีคีย์เวิร์ดในส่วนนี้ด้วย
  • จัดย่อหน้า ให้อ่านง่าย : หลายคนคงไม่ค่อยคำนึงถึงสิ่งนี้ 1 ย่อหน้าไม่ควรเกิน 200 คำ ไม่ควรเขียนยาวเป็นปืด มันทำให้อ่านยาก
  • Keyword Alt Tags : การใส่คีย์เวิร์ดบนรูปภาพนั้นค่อนข้างสำคัญ เพราะ Google จะไม่รู้ว่าภาพนั้นคือภาพอะไร แต่จะอ่านจาก ชื่อไฟล์รูป ขนาดรูป และ alt tags ของภาพ ดังนั้น ในทุกๆภาพที่เราอัพโหลดบนเว็บอย่าลืมใส่
  • เว้นวรรค์คีย์เวิร์ด : ถึงแม้ว่าในตอนนี้ Google สามารถแยกคีย์เวิร์ดคำภาษาไทยได้แล้ว แต่เชื่อเถอะว่า Google ก็ยังไม่เข้าใจรากศัพท์ไทยทั้งหมดอยู่ดี ดังนั้น แยกคีย์เวิร์ดออกจากคำเขียนได้จะชัวร์กว่า
  • Anchor text inboud links : การที่ถูกลิ้งก์จากเว็บไซต์อื่นเข้ามา โดยมี Anchor text ตรงกับ Keyword ของเว็บเรา ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง และยิ่งสูงขึ้นไปอีก หากเว็บภายนอกดังกล่าวเป็นเว็บดัง มีชื่อเสียงด้วย คะแนนพุ่งแน่นอน
  • Links from similar site : หากต้องการประสิทธิภาพสูงแล้ว การมี Links จากเว็บไซต์ภายนอกและยิ่งเป็นเว็บไซต์ประเภทเดียวกันด้วยแล้วยิ่งดีใหญ่ Google จะมองว่า คู่แข่งของเรายอมรับเนื้อหา content ของเรานั่นเอง
  • Reputable Links : แน่นอนว่าหากเราได้ลิ้งก์กลับจากเว็บไซต์ที่โด่งดังมีชื่อเสียงแล้วหล่ะก็ จะมีมูลค่าอย่างมาก นั่นหมายความว่าเว็บยักษ์ใหญ่ยอมรับเนื้อหาของเรานั่นเอง
  • Links form .edu .gov : ลิงค์ลักษณะนี้ ถือได้ว่า ได้มายากมากที่สุด และมีมูลค่ามากที่สุด เพราะ เป็นเว็บไซต์ประเภทหน่วยงานรัฐ หรือ สถาบันศึกษา เพราะถือว่า หน่วยงานที่สำคัญของชาติ ยอมรับเนื้อหาของเว็บเรานั่นเอง แน่นอนว่าเนื้อหาของเรานั่นต้องระดับ วิทยานิพนธ์อะครับ
  • Number backlinks : จำนวน backlinks นั้นมีจำนวนมากๆ ยิ่งมากก็ยิ่งเกิดผลดี เพราะ Google จะมองว่า เว็บไซต์ของเรานั้นมีชื่อเสียงแล้ว จึงมี backlinks เป็นจำนวนมาก แต่ยังไง คุณภาพก็สำคัญกว่าจำนวนอยู่ดี
  • External Links : การส่งลิงก์ไปบ้างก็มีผลดี หากเนื้อหานั้นเราอ้างอิงมาจากแหล่งอื่นๆ การอ้างอิง Google จะมองว่า มีความน่าเชื่อถือสูง อย่างน้อยเนื้อหานึง ควรมีสัก 1 links เป็นอย่างน้อย แต่ไม่ควรเกิน 10 links
  • Internal Links : การส่งลิงก์ภายในเว็บของเรา ก็เป็นผลดี เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน ต่อเนื่องกัน Google จะให้คะแนนคุณภาพกับเนื้อหานั้นๆ อย่างเช่น อ่านต่อ Ep2 เป็นต้น
  • Around anchor text : คำที่อยู่ข้าง anchor text นั้นก็ค่อนข้างสำคัญ มันควรจะเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับ Keyword ที่เป็น Anchor text ด้วย อย่าเนียนแทรก keyword นะจ้ะ google รู้
  • Other Anchor text : Anchor text ไม่จำเป็นต้อง Keyword เพียงอย่างเดียว ควรจะมีผสมคำอื่นๆบ้าง อย่างเช่น “อ้างอิง” “อ่านต่อ” “คลิ๊กเลย” แบบนี้เป็นต้น ให้มันดูธรรมชาติ
  • Site Audit Score : สิ่งนี้ค่อนข้างสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องของ On-page Seo การที่เว็บไซต์ของเราไม่มีปัญหาการใช้งาน และเป็นมิตรต่อผู้ใช้่งานแล้วหล่ะก็ Google จะให้คะแนนอย่างมาก ถ้าให้ดีควรมี Score ที่ 90-100% เสมอ
  • Speed Page : ความเร็วของเว็บนั้นค่อนข้างสำคัญ ซึ่งจำมอบประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้งาน หากเปิดมายังโหลดนาน ภาพไม่ขึ้น แน่นอนว่าจะถูกผู้ใช้งานปิดหน้าเว็บของเราไปโดยไว เราสามารถตรวจความเร็วเว็บของเราได้ที่ https://pagespeed.web.dev/analysis/ โดยประสิทธิภาพบน Mobile ควรจะ 80 ขึ้นไป และ Desktop ควรจะ 90 ขึ้นไป
  • Unique Content : การเขียนเนื้อหา ยิ่งยาวยิ่งดี คอนเท้นต์นึงควรจะมีคำมากกว่า 2,000 คำขึ้นไป Google จะมองว่าเนื้อหานั้นคุณภาพ อ่านที่นี่ที่เดียวจบ ไม่ต้องไปหาอ่านที่อื่นต่อ
  • Original Content : Google ต้องการเนื้อหาสดใหม่ ไม่ซ้ำใคร ไม่ลอกใคร และ เป็นเนื้อหาแรก ซึ่ง Google ต้องการเนื้อหาประเภทนี้เป็นอย่างมาก ส่งผลดีต่อการค้นหาของผู้ใช้ และ จะติดหน้าแรกอย่างไวขึ้น Top 1 ด้วย
  • Frequency Content : การอัพเดทเนื้อหา การลงคอนเท้นต์เนื้อหา เป็นประจำ ส่งผลดีแน่นอน ควรมีวินัยและหมั่นลงคอนเท้นต์บนเว็บไซต์เป็นประจำทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่า เป็นเรื่องยากมาก ยากที่สุดในการทำ Seo แล้ว อย่างน้อยๆควรลง Content วันละ 1 บทความ เป็นประจำทุกวัน
  • Content Of the King : เคยได้ยินไหมว่าคอนเท้นต์คือหัวใจหลักของทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าแพลตฟอร์มไหนก็ต้องการ คอนเท้นต์ คอนเท้นต์ยิ่งดี มีคนแชร์เยอะ Keyword ของเราก็จะยิ่งชัด
  • Font Size : การให้น้ำหนักความสำคัญ ไม่ว่าจะใส่ตัวหนา Blod หรือ ใช้ H2 , H3 เป็นต้น การจัดหน้าให้อ่านง่าย ให้น้ำหนักกับประโยคสำคัญๆนั้น ก็จะส่งให้เกิด keyword บนการค้นหาได้อีกด้วย
  • Site Accessibility : การเข้าถึงได้ในทุกๆหน้าของเว็บไซต์ของเราก็ค่อนข้างสำคัญ หากมีลิ้งก์เสีย ปุ่มเสีย ภายในเว็บเยอะๆ ก็จะไม่ส่งผลดี
  • Domain Age : อายุของโดเมนนั้นค่อนข้างสำคัญ เนื่องจาก Google เป็นพวกอนุรักษณ์นิยม มักจะให้เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง มีอายุยืนยาวนาน อยู่หน้าแรกๆเสมอ เพราะมีความมั่นคง ไม่ปล่อยให้ Domain หมดอายุง่าย ไม่ได้มาแบบเล่นๆ มาๆแปปเดียวก็หายไป และที่แน่นอนว่า Domain อายุไม่ถึง 1 ปี หมดสิทธิ์อยู่หน้าแรกนะจ้ะ ยกเว้นว่าจะมี Content ที่เป็น Original Content
  • Picture in content : ควรจะมีรูปภาพประกอบแทรกระหว่างเนื้อหา ยิ่งเป็นภาพจำพวก Info Graphic ด้วยแล้วยิ่งดี เพราะภาพพวกนี้จะถูกนำไปใช้ต่อ และมักจะได้ Backlinks กลับมาด้วย
  • Tables of content : หาเนื้อหามีความยาว มี Heading เยอะๆ ด้วยแล้ว ควรจะมีสารบัญประกอบด้วย ซิ่งส่งผลดีต่อการค้นหาแบบย่อยๆ และจะถูกจัดเนื้อหาเป็น Sub ย่อยๆ บน Google ด้วยนะเออ
  • Size Picture : รูปภาพควรจะมีขนาดพอดี ไม่ควรจะใหญ่จนเกินไป ไม่จำเป็นต้องคมชัดดุจ 4K ก็ได้ ยิ่งเป็นไฟล์ภาพสกุล webp ด้วยยิ่งดี
  • HTTPS : URL ที่ดีในยุคสมัยนี้ต้องมีความปลอดภัยในการท่องเว็บสูง จึงต้องมี SSL เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน หากเว็บคุณยังเป็น HTTP ก็ไปใช้ Hosting ที่มี SSL ด้วยนะครับ ยิ่งมี Cloud Flare ด้วยยิ่งดีใหญ่
  • Social Signal : การที่ได้ลิงก์กลับจาก Social Media นั้นไม่เสียหาย แถมยังได้แต้มจาก Google อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นลิงก์ประเภท no-follow ก็ตาม แต่เราได้ Organic Social ซึ่งส่งผลดีต่ออันดับแน่นอน เพราะสิ่งนึงที่การันตีว่าเว็บของเราดังนั้น ก็คือ Traffic จาก Social Media ด้วย

Don’t สิ่งที่ไม่ควรทำ SEO

  • Keyword stuffing : การตั้งใจใส่ Keyword ลงบนเนื้อหาเป็นจำนวนมาก โดยไม่เป็นธรรมชาติ จะทำให้เกิดความน่ารำคาญของผู้อ่าน และโดนตัดแต้มจาก Google ด้วย ดังนั้นควรเขียนให้ดูเป็นธรรมชาติ และแทรก Keyword ไว้บ้างนิดหน่อย Google ฉลาดพอที่จะรู้ว่าเนื้อหานี้เราให้น้ำหนักและคำสำคัญกับ Keyword อะไร Robot อ่านแค่ชื่อ Url กับ H1 ก็รู้แล้วครับ ไม่จำเป็นต้อง Spams keyword
  • Inbound Links from fram website : การได้ลิงก์กลับมาจากเว็บรวมลิ้งก์หรือเว็บฟาร์ม หรือจะเป็น Private Blog Network (PBN) ด้วยแล้วไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเว็บคุณเลย ซ้ำยังอาจถูกหักคะแนนจาก Google ด้วย ปัจจุบัน Google ฉลาดพอที่จะแยกแยะ Backlinks ต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Many Out Going Links : Google ไม่ชอบเว็บไซต์ที่มีการส่งออกลิงก์ที่เยอะจนเกินไป เปรียบเสมือนว่า เว็บนั้นๆอาศัยบริการ ขายลิงก์ให้กับเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งผิดธรรมชาติ
  • Buy Links : Google ออกกฏห้ามซื้อขาย Links มานานแล้ว และ อัลกอลิทึม Google ฉลาดพอที่จะตรวจจับ Links ที่มีที่มาที่ไปไม่เป็นอย่างธรรมชาติ และจะถูกตัดแต้มอย่างมากเลยทีเดียว แย่สุดคือ อันดับ Keyword ของเราร่วงจนไม่สามารถกลับขึ้นมาอีกเลย
  • Links from spam website : การที่คุณได้ลิ้งก์มาจากพวก เว็บผี เว็บ spam หรือเว็บที่ถูก Google ลงโทษไปแล้ว หรือสร้างขึ้นมาเพื่อจำหน่าย Links ต่างๆด้วยแล้ว ไม่ส่งผลดีต่อเว็บคุณแน่นอน แต่สบายใจได้ว่าจะไม่โดนแกล้งแน่นอน Google ออกมาแจ้งแล้วว่า เขาฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าเว็บของคุณโดนแกล้งโดยการส่ง Spam Links หรือไม่
  • Links from Unrelated Web site : การที่เราได้ลิ้งก์จากเว็บภายนอกเป็นจำนวนมาก แต่เว็บเหล่านั้นมีเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับเว็บไซต์คุณ ก็จะส่งผลเสียต่อ Ranking แน่นอน ตัวอย่างเว็บไซต์คุณเป็นเว็บประเภท อสังหาฯ แต่ได้ ลิ้งก์จากเว็บพนัน เว็บหนังโป๊ เว็บบอล เว็บดูหนังออนไลน์ แบบนี้จะให้ Google คิดอย่างไร?
  • Back Links Frequency : การได้ลิ้งก์กลับจากเว็บไซต์ภายนอกเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องดี แต่ก็ควรจะมาอย่างธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าวันเดียว โผล่มาเป็นหมื่น เป็นแสนลิ้งก์ แบบนี้ โดนตรวจสอบแน่นอน Google จะมองว่าเข้าข่ายการกระทำซื้อ Links ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อ Ranking แล้วยังจะโดน Google เขี่ยเว็บคุณทิ้งด้วย
  • link spamming : การที่เราส่งออกลิงก์เป็นจำนวนมากไปยังเว็บไซต์เพียงเว็บเดียว หรือ ได้ลิ้งก์จำนวนมากจากเว็บไซด์เดียว จะถูกตัดแต้มเป็นอย่างมาก
  • Cross Linking : เป็นการส่งลิ้งก์เป็นแบบวนหลูบ อย่าง เว็บ A ส่งให้เว็บ B เว็บ B ส่งให้ C แล้ว C ส่งให้ A อีกทีนึง การกระทำแบบนี้ Google จะมองว่าเป็นการซื้อขาย Links กันเอง และจะโดนตัดแต้มเป็นอย่างมาก
  • One Keyword Anchor text : การที่ได้ลิ้งก์กลับเป็น Anchor text ที่มี่แต่ Keyword นั้นเพียงอย่างเดียว โดยผิดธรรมชาติ ก็จะถูกตัดแต้มได้ แทนที่จะได้แต้มสวยๆมา ดังนั้น Google จะมองว่า เว็บคุณซื้อลิงก์มาอย่างแน่นอน เพราะมันผิดธรรมชาติของ Anchor Text Links
  • Pixel Links : ถ้ากำลังพยายาม ทำลิงก์ที่มีขนาดจิ๋วจนมองไม่เห็น ที่มีขนาด pixel เดียวแล้วหล่ะก็ อย่าคิดว่าจะหลอก Google หรือ คลาดสายตา Google ได้เพราะ Robot อ่าน Code ยังไงก็เจอลิงก์ที่แปลกปลอม และ โดนหัก Score On-page Seo อีกด้วย
  • Error 404 : การที่มีหน้าเว็บที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าได้ ค่อนข้างร้ายแรกมากกับ Google และถูกหักแต้มเยอะ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสอบ Links ต่างๆภายในเว็บ หรือ เช็คบน Search Console และแก้ไข หรือ ทำการ Redirect ให้ถูกต้องในกรณีเปลี่ยน URL
  • Slow Page : Google ไม่ชอบ และไม่มีใครชอบ เว็บที่มีความช้า ความอืด กว่าจะโหลดหน้าเว็บเสร็จก็หลายวินาที เว็บที่ดีควรเปิดปุ้บโหลดปั๊บ รวดเร็วติดจรวด
  • Poor Design and Coding : Google เป็นคนพูดเองว่าเขาไม่ต้องการเว็บที่มีดีไซน์ที่แย่ และ code ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีเว็บที่ดีไซน์แย่ถูกแบนก็ตาม แต่ก็ติดหน้าแรกๆยากอยู่ดี
  • Invisible text : จะ Spam Links แล้วจะซ่อน text เพื่อไม่ให้ Google เห็นใช่ไหม คิดผิดแล้ว Google เห็นอยู่ดี โดนตัดแต้มด้วยนะจ้ะ
  • Cloaking : เป็นอีก 1 เทคนิคของสายดำ เพราะเป็นการแยกส่วน Content หลอกให้ Robot เห็น Page ที่ทำ Optimize เพื่อหวังผล ในขณะที่ผู้ชมทั่วไปเห็น content อีกอย่างของ page นั้นๆ
  • Duplicate content : การมีเนื้อหาที่ซ้ำกันเยอะๆ บนเว็บของคุณไม่ส่งผลดีแน่นอน เพราะมันดูตั้งใจที่จะทำให้เว็บของคุณดูใหญ่ มีเนื้อหาเยอะ แทนที่จะส่งผลดี แต่กลับถูกตัดแต้มจาก Google แทน
  • Spin Content : ไม่รู้จะเขียน content อะไรดี ก็ก๊อบของชาวบ้าน แล้วมาแปลงคำบางคำ ซึ่งทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง นั่นอาจจะใช้ได้ผลกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ Google เข้าใจรากศัพท์ภาษาไทยแล้วนะจ้ะ
  • Coppy Content : การก๊อบปี้ผลงาน Content ของผู้อื่นมาโดยง่ายๆ Coppy Pase Post แบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อเว็บคุณแน่นอน แถมยังโดนตัดแต้มจาก Google อีกตังหาก Google ไม่ชอบเลยกับการก๊อบเนื้อหาคนอื่นมาโดยไม่ให้เครดิต หากคุณต้องการ Coppy เนื้อหาเขามาวางเลย ก็ควรจะ ส่งลิงก์กลับไปยังแหล่งที่มาด้วย ก็จะไม่โดนตัดแต้ม แต่เนื้อหาคุณจะไม่อยู่บนหน้าแรกๆของ Google แต่ถ้าหากเนื้อหานี้มันเกลื่อนมากๆ ก็นำมาเพิ่มเนื้อหาให้มากขึ้น ก็จะติดอันดับได้เช่นกัน แต่ไม่อยู่หน้าแรก
  • Spam Content : การลงคอนเท้นต์บ่อยๆเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ควรจะลงแบบถี่ยิบ แบบวันละ 10-20 คอนเท้นต์อะไรแบบนี้ ซึ่งมันผิดธรรมชาติ และไม่ค่อยส่งผลดีต่อ Seo สักเท่าไร
  • Illegal Content : การลอกเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์นั้น ผิดกฏหมาย แถมยังถูกเขี่ยทิ้งจาก Google อีกด้วย
  • Flash Home Page : การทำ Flash Home Page โดยไม่มี Html จะไม่ส่งผลดีต่อ Seo
  • Ban Robot : หน้าบางหน้าเราไม่ต้องการให้ Robot เข้ามาอ่าน ก็จะใส่คำสั่ง Block Robot ไว้ แต่จะไม่ส่งผลดีมากนัก หากมีชุดคำสั่งนี้บนเว็บไซต์ของเราเป็นจำนวนมาก
  • Lost Links : ลิงก์หาย บางทีไปลบหน้าบทความ หรือ หน้าต่างๆ แล้วลืมไปลบลิงก์ต่างๆบนเว็บไซต์ของเราที่เคยเชื่อมโยงเอาไว้ ก่อให้เกิดลิ้งก์เสีย ก็ไม่ส่งผลดีต่อ Seo ด้วย ดังนั้นหมั่นตรวจสอบลิ้งก์เสียอยู่เสมอ
  • Redirect 301 302 : การเปลี่ยนเส้นทางลิ้งก์อาจะส่งผลเสียหากใช้อย่างไม่ถูกต้อง หรือ กำลังจะหลอก Robot แต่ผู้เยี่ยมชมจริงๆ กลับถูกโยนไปหน้าเว็บอื่นแทน ไม่ส่งผลดีต่อ Seo แน่นอน

สรุปเนื้อหา สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ ในการทำ SEO

ในการทำ Seo นั้น เป็นอะไรที่ต้องอาศัยระยะเวลา ความอดทน และ งบประมาณค่อนข้างสูง ต้องมีวินัยและใส่ใจเป็นอย่างมาก ควรทำในสิ่งที่ Google และ ผู้ใช้งานต้องการ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีต่อผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านกลับมาเสพคอนเท้นต์บนเว็บของเราอีก และนี่เป็นอีกสิ่งนึงที่ Google ให้คะแนนเป็นอย่างมาก

ตัวผมเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งต่างๆที่กล่าวมานั้น จะถูกเพิ่มคะแนน หักคะแนน มากน้อยเพียงไร แต่เป็นสิ่งที่ควรทำ หรือ ไม่ควรทำ ในการทำ Seo มากกว่า

ดังนั้นหากเนื้อหาบทความนี้เป็นประโยชน์ ก็ช่วย กดแชร์ไปยัง Social media ของคุณด้วยเพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนคอนเท้นต์อื่นๆต่อไป

และหากคุณอยากทำเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพสูงแล้วหล่ะก็ อย่าลืม Makewebforyou.com นะครับ คุณจะได้เว็บคุณภาพคับแก้วกลับไป โดยที่คุณจ่ายเพียงแค่หลักหมื่นต้นๆเพียงเท่านั้นเอง

Makewebforyou Logo Light

MAKE WEB FORYOU

ทำเว็บไซต์ เพื่อคุณ

เว็บไซต์นี้บันทึกคุกกี้ เพื่อประสบการณ์ท่องเว็บไซต์ที่รวดเร็ว